บ้านสวนนครชัยศรีของป้าจี๊ พุทธิอร ไพบูลย์สุวรรณ
21st anniversary elledecoration thailand
LIVE | 15 Dec 2017
บ้านสวนนครชัยศรีของป้าจี๊ พุทธิอร ไพบูลย์สุวรรณ
พื้นที่แห่งความสุขและสงบในวัยที่ชีวิตแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่ผู้ที่อยู่รอบข้าง

ภาพต้นไม้สองฝั่งถนนภายในหมู่บ้านสวนขวัญที่เติบโตจนมาบรรจบกัน กลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้คือเส้นทางนำไปสู่บ้านสวนของศิลปินนักแสดงผู้อยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 40 ปี ด้วยประสบการณ์และวัยวุฒิที่ล่วงเข้าสู่ครึ่งหลังของชีวิต เธอแทนตัวเองว่าป้าและผู้คนทั้งในและนอกวงการต่างเรียกเธอเสมือนญาติผู้ใหญ่ว่าป้าจิ๊

PORTRAIT  I  นอกจากอาชีพนักแสดงและครูโยคะแล้ว ป้าจิ๊ยังเป็น ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ปทุมธานี ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา บำบัด และฟื้นฟูจิตใจเยาวชน ที่ต้องโทษ นอกจากนี้ป้าจิ๊ยังตั้งกองทุนช่วยเหลือด้าน การศึกษาเด็กนักเรียนตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา เมื่อมีงานมอบทุนการศึกษาประจำปี หากจัดงานที่บ้านสวน ป้าจิ๊ บอกว่าทางเดินบนบ้านใหญ่ด้านหน้าแห่งนี้จะเต็ม ไปด้วยข้าวของจากเรือกสวนไร่นาที่เด็กๆ นำมาฝาก ซึ่งป้าจิ๊จะแบ่งและแจกจ่ายต่อไป

 

บ้านของป้าจิ๊ไม่มีประตู ไม่มีรั้ว เพราะป้าบอกว่ามีเพื่อนบ้านที่ดี ที่ดินแปลงนี้ป้าจิ๊ซื้อไว้ราว 20 ปีมาแล้ว ในยุคที่ผู้คนแสวงหาบ้านหลังที่สอง ความที่ชอบน้ำมากกว่าภูเขา ป้าจิ๊จึงมองหาที่ดินแถบนครชัยศรีอยู่หลายแห่ง จนมาค้นพบที่ดินขนาดกำลังพอเหมาะของโครงการบ้านสวนขวัญ ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสุดท้ายพอดี

จากที่เคยเป็นทุ่งโล่ง ป้าจิ๊เริ่มปลูกต้นไม้ไปพร้อมๆ กับสร้างบ้าน โดยตั้งใจให้เป็นบ้านไม้แบบหมู่เรือนไทยโบราณที่ทุกอย่างแยกส่วนจากกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องครัว หรือห้องน้ำ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ลักษณะของบ้านและการอยู่อาศัยของคนสมัยก่อน รวมถึงการเข้าไม้ของเรือนแบบโบราณ

WATER LILIES  I  บ้านสวนแวดล้อมด้วยหมู่เรือนไม้ ต้นไม้และสระน้ำ ซึ่งงดงามด้วยดอกบัว ทุกครั้งที่มาบ้านหลังนี้ แม่บ้านมักจะเก็บดอกบัวหลวงมาจัดแจกัน และนำกลับบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อบูชาพระ

 

ตารางงานของนักแสดงไม่แน่นอนนัก แต่เมื่อมีคิวว่างป้าจิ๊มักขับรถมาพักผ่อนที่บ้านสวนเสมอเวลามาก็จะเดินดูสวน เดินดูตามบ้าน ตรวจเช็กการใช้งานเพื่อดูแลรักษาบ้าน แล้วก็อ่านหนังสือ สวดมนต์ ส่วนใหญ่จะค้างหนึ่งคืน ถ้าโชคดีก็ค้างได้สองคืน ชอบความเงียบสงบ ไม่เจอคน มองไปเห็นแต่ท้องนา ต้นไม้ บางทีสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาไม่ถึง อยู่กรุงเทพฯ สี่ห้าทุ่มยังไม่ได้นอนเลยที่นี่พอสองทุ่มก็สวดมนต์ เข้านอนแล้ว

ตลอดเวลากว่าสี่ทศวรรษในวงการบันเทิง ผู้ชมรู้จักป้าจิ๊ในนามอัจฉราพรรณ แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักแสดงอาวุโสได้เปลี่ยนชื่อเป็นพุทธิอรเพื่อระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ป้าจิ๊ดูแลรักษาจิต รักษาศีล และน้อมนำธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตนานหลายสิบปีแล้ว ความสงบร่มเย็นจากการเจริญสมาธิยังนำไปสู่การนิมนต์พระสงฆ์จากวัดละแวกบ้านสวนมาสวดมนต์ให้พร โดยเชิญชวนเด็กนักเรียน ลูกศิษย์โยคะ แม่บ้าน คนสวน และครอบครัว มาร่วมสวดมนต์และรับประทานอาหารเป็นประจำทุกเดือน

วันที่มีปฏิบัติธรรม เสียงสวดมนต์จะดังกังวาน เป็นเวลาที่เราได้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า เด็กๆ จะมานั่งฟังพระสวดมนต์และรับพร หลังจากนั้นก็มีอาหาร ก๋วยเตี๋ยว และของมาแจก เป็นวันที่เด็กๆ สนุกกันมาก วิ่งกันจนหญ้าตายล้มระเนระนาดหมด แต่ช่างเถอะ เดี๋ยวก็งอกงามใหม่

ป้าจิ๊บอกว่า การสวดมนต์ยังเป็นการระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรุกขเทวดา ซึ่งเชื่อกันว่าคือผู้อารักษ์ที่สถิตอยู่ตามต้นไม้ บ้านสวนขนาด 5 ไร่ ซึ่งต่อมาป้าจิ๊ได้ซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มด้วยความตั้งใจจะปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น โดยเลือกต้นที่ไม่ต้องดูแลมาก อาทิ จันทน์กะพ้อ ชงโคพะยอม ลำดวน และจามจุรี สองต้นหลังเป็นต้นไม้ประจำสถาบันที่ป้าจิ๊จบการศึกษาคือคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง

A ROOM WITH A VIEW  I  ห้องนอนทางด้านหลังเปิดรับวิวทุ่งนากว้างไกลสุดสายตา เป็นห้องที่เงียบสงบ ซึ่งป้าจิ๊บอกว่ามองไปไม่เห็นคนมีความสุขกับการนั่งมองท้องนา

 

นอกจากอาชีพนักแสดง ป้าจิ๊ยังเป็นครูสอนโยคะ โดยเริ่มฝึกโยคะเมื่อ 15 ปีที่แล้ว จากนักเรียน กลายมาเป็นครูและเป็นเจ้าของสตูดิโอในที่สุด โดยตั้งชื่อว่าอกาลิโก แปลว่า ไม่เลือกกาลเวลา กล่าวได้ว่า สำหรับป้าจิ๊ อายุไม่เคยเป็นอุปสรรคของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ และยิ่งสิ่งนั้นเป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพกายและใจ 15 ปีที่แล้วป้าจิ๊เริ่มฝึกโยคะเมื่ออายุ 52 และเมื่อไม่กี่ปีผ่านมาก็เริ่มปั่นจักรยาน ในแต่ละสัปดาห์ ป้าจิ๊ในวัย 66 จึงทั้งฝึกโยคะสลับกับปั่นจักรยานเสือหมอบ โดยมักมีจักรยานติดอยู่ในรถเสมอ

เมื่อวานตอนหกโมงเย็นได้เวลากลับบ้าน แต่รถติดมาก ป้าก็ขับสวนทางรถติดไปที่สวนวารีภิรมย์ อยู่ใกล้สตูดิโอที่สาขาพรอมมานาด ปั่นไป 30 กิโลฯ นอกจากโยคะ ป้าก็ปั่นจักรยานเป็นนิจศีล ว่างเมื่อไหร่ก็ปั่น ไม่มีก๊วน ไม่มีแก๊ง ปั่นไปเรื่อยๆ ดูวิว หรือโยคะ ป้าก็ฝึกสบายๆ เหยียดยืด หายใจ ฝึกมา 15 ปีแล้ว แต่ยังเหมือนอยู่ในระดับอนุบาล เพราะเวลาทำอะไร ป้าไม่มีจุดมุ่งหมายไปหาจุดสูงสุด ป้ามีจุดมุ่งหมายไปหาความสุข

ทั้งโยคะและจักรยานเป็นกิจกรรมที่ป้าจิ๊บอกว่าอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเรียกร้องจากผู้อื่นเรามีความสุขได้จากตัวเอง อย่างมาบ้านนี้ นั่งมองท้องนาเฉยๆ ดูดโอเลี้ยงไป ดูท้องนาไป สบายอารมณ์ บ้านสวนแห่งนี้จึงเป็นที่ซักฟอกจิตใจ เป็นที่ที่ได้กลับมาพูดคุยกับตัวเอง ว่าวันนี้เราทำอะไรอยู่ และได้ช่วยเหลือใครต่อใครหรือยัง

เรื่อง : ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคง
ภาพ : BLOOM



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2017/12/web-temp2-01-3.png