21st anniversary elledecoration thailand
STYLE | 23 Aug 2017
บ้านแห่งความปลอดภัย
แนะเคล็ดลับปรับ 4 พื้นที่สำคัญเพื่อความสุขของผู้สูงอายุและทุกคนในบ้าน

สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2564 ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุกันมากขึ้น โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย เพราะผู้สูงอายุมักใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่อยู่ภายใน “บ้าน”

ในแต่ละปี 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มักประสบปัญหาการหกล้ม และแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นด้วย ซึ่งบริเวณที่เกิดการหกล้มบ่อย ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่ขึ้นลงบันได และภูมิทัศน์รอบบ้าน เนื่องจากสภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งความเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อ กระดูก ระบบประสาทสัมผัส รวมถึงสภาพจิตใจ เราจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่มักเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุมากที่สุดทั้ง 4 จุด เพื่อเติมเต็มการอยู่อาศัยในบ้านให้สมบรูณ์ โดยคำแนะนำจาก “เอสซีจี เอลเดอร์แคร์ โซลูชั่น” ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเตรียมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ

ห้องนอน

ห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุควรอยู่ชั้นล่างเพื่อลดการขึ้นลงบันได อยู่ในบริเวณที่มีความสงบ เป็นส่วนตัวและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

  • พื้น ควรปูด้วยวัสดุลดแรงกระแทกและไม่ควรมีพื้นที่ต่างระดับ เพื้อป้องกันการสะดุด หกล้ม
  • เตียงนอน เลือกขนาดให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ปรับระดับความสูงได้ มีราวจับข้างเตียง ฟูกที่นอนไม่แข็ง หรือนิ่มเกินไป พร้อมแนะให้มีพื้นที่บริเวณข้างเตียง 90-100 ซม. เพื่อให้สามารถเข้าไปดูแลได้และรองรับการใช้งานรถเข็น

  • ภายในห้องนอน ติดตั้งราวจับบริเวณที่มีการลุกนั่ง มีไฟส่องสว่างอัจฉริยะที่สามารถเปิดปิดอัตโนมัติ
ด้วยการตรวจจับความเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ เพื่อนำทางเดินจากเตียงนอนไปกลับห้องน้ำในยามค่ำคืน
  • เฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้มีโต๊ะข้างเตียงที่หยิบของได้สะดวก ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของควรมีระดับความสูงที่เหมาะสม
กับผู้ใช้งาน
  • ประตู ไม่ควรมีธรณีประตูเพื่อป้องกันการสะดุด เลือกแบบบานเลื่อนเปิด-ปิด ที่มีระบบรางแขวนด้านบนตัวล็อค
ใช้งานง่าย ใช้แรงน้อย

ห้องน้ำ

เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการลื่นล้มสูง นอกจากการคำนึงถึงขนาดของห้องน้ำที่ควรกว้างอย่างน้อย 200 ซม. เพื่อรองรับการใช้รถเข็น ยังแนะนำให้มีการแบ่งพื้นที่โซนห้องน้ำเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ดังนี้

  • พื้นที่โซนแห้ง เลือกใช้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังที่สามารถรองรับน้ำหนักการเท้าแขนของผู้สูงอายุ หรือเลือกอ่างแบบฝังครึ่งเคาน์เตอร์ เพื่อให้มีพื้นที่ใต้อ่างสะดวกต่อการใช้งานของรถเข็น ก๊อกน้ำควรเป็นแบบก้านโยก หรือก้านปัด ส่วนโถสุขภัณฑ์ควรเป็นแบบนั่งราบ มีระดับความสูงให้เหมาะสม ให้ลุกนั่งง่าย เท้าไม่ลอย และติดตั้งราวจับบริเวณข้างโถสุขภัณฑ์

  • พื้นที่โซนเปียก แนะนำให้มีที่นั่งอาบน้ำที่มีความแข็งแรง ขนาดและความสูงเหมาะกับผู้สูงอายุ โดยฝักบัวควรติดตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของที่นั่ง ก้านฝักบัวสามารถปรับระดับความสูงได้ เลือกใช้วาล์วเปิด-ปิดน้ำ
ที่สามารถคุมอุณหภูมิได้ ติดตั้งราวจับบริเวณพื้นที่อาบน้ำ ที่สำคัญควรใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีค่าความฝืด
ตั้งแต่ R10 ขึ้นไป เพื่อป้องกันการลื่นล้ม รวมไปถึงการติดตั้งราวจับโดยเฉพาะพื้นที่อาบน้ำ

 

พื้นที่ขึ้นลงบันได

หากห้องนอนผู้สูงอายุอยู่ชั้นบน อาจทำให้ปวดเข่าเวลาขึ้นลงบันได หรืออาจสะดุดพลัดตกจากบันได ดังนั้นควรให้ปรับมีความกว้างที่เหมาะสม ลูกตั้งบันไดสูงไม่เกิน 15 ซม. ลูกนอนกว้างอย่างน้อย 30 ซม. จมูกบันไดมีสีแตกต่างจากพื้นผิวของบันไดเพื่อให้สังเกตเห็นความแตกต่างของบันไดชัดเจน ควรมีราวบันไดทั้ง 2 ข้าง ในระยะ 80 ซม. จากพื้น และมีแสงสว่างให้เพียงพอ หรือแนะนำให้ติดตั้ง “ลิฟท์บันได” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกได้

ภูมิทัศน์รอบบ้าน

ทางเข้าบ้านและบริเวณสวน พื้นทางเดินควรเรียบ มีที่นั่งสำหรับชมธรรมชาติเป็นระยะ ที่นั่งพักควรมีราวจับ หรือเท้าแขน เพื่อช่วยในการพยุงตัวลุกได้สะดวก ในกรณีที่มีทางลาดเข้าบ้าน ควรมีความชัน ไม่เกิน 1:12 มีพื้นที่ว่างหน้าทางลาดไม่น้อยกว่า 150 ซม. ใช้วัสดุพื้นผิวไม่ลื่น มีขอบกั้นและราวจับตลอดแนวทางลาด สำหรับความกว้างทางเดินควรกว้างอย่างน้อย 90 ซม. เพื่อรองรับการใช้รถเข็น นอกจากนี้หากผู้สูงอายุชอบการทำสวน ควรเลือกการปลูก
ในกระบะ ที่ระยะความสูงประมาณ 60-80 ซม. หรือปลูกต้นไม้แบบสวนแนวตั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอสซีจี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร. 02-586-2222 หรือเว็บไซต์ www.scgbuildingmaterials.com

เรื่อง : SCG Elder Care Solution
เรียบเรียง : ศุภวิชช์ สงวนเลิศฤทัย
ภาพ : SCG Elder Care Solution



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2017/08/web-template-01.png