Mies van der Rohe
21st anniversary elledecoration thailand
STYLE | 1 Feb 2017
Mies van der Rohe
ผู้สร้างสถาปัตยกรรมให้เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย

มีส ฟาน เดอร์ โรห์ (ค.ศ.1886-1969) คือตำนานของวงการสถาปัตยกรรม หากจะพูดถึงสถาปัตยกรรมแนวคิดสมัยใหม่หรือ Modernism เขาคือหนึ่งในผู้นำแนวคิดนี้

มีส ฟาน เดอร์ โรห์ เป็นสถาปนิกชาวเยอรมัน ผู้ไม่ได้เรียนด้านสถาปัตยกรรมจากสถาบันใด แต่สร้างสมประสบการณ์จากการทำงานกับพ่อ ซึ่งเป็นช่างสลักหิน โดยเขาเริ่มทำงานเป็นช่างเขียนแบบตั้งแต่อายุ 19 ปี ในปี ค.ศ.1909 และเข้าทำงานในสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมของปีเตอร์ เบอห์เรนส์ ซึ่งเป็นสถาปนิกหัวก้าวหน้าที่สุดคนหนึ่งของยุคนั้น เบอห์เรนส์ยังเป็นอาจารย์ของ เลอ กอร์บูซิเยร์ และวอลเตอร์ โกรเปียส ด้วย

มีส ฟาน เดอร์ โรห์ แยกตัวออกมาเปิดสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เมืองเบอร์ลิน ในปี ค.ศ.1912 สร้างผลงานที่มีความโดดเด่นจนได้รับเชิญให้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน Bauhaus ในปี ค.ศ.1930 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนโรงเรียนจะปิดตัวลงเพราะสงคราม หลังจากนั้น มีส ฟาน เดอร์ โรห์ ลี้ภัยไปชิคาโก สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1934 โดยดำรงตำแหน่งคณบดีของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบัน Illinois Institute of Technology (IIT) เป็นเวลากว่า 20 ปี และสร้างผลงานที่โดดเด่นอีกมากมายในสหรัฐอเมริกา

มีส ฟาน เดอร์ โรห์ เป็นหนึ่งในสถาปนิกผู้สร้างภาษาการออกแบบให้กับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เขาเน้นเสมอว่า “สถาปัตยกรรม คือยุคสมัยที่แปลงรูปเป็นอาคาร” ดังนั้นสถาปัตยกรรมในยุคสมัยใหม่ต้องแสดงให้เห็นจิตวิญญาณของความงามเชิงอุตสาหกรรม และต้องเผยให้เห็นถึงสัจจะของวัสดุต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นสถาปัตยกรรม

“Less is More” เป็นประโยคที่ มีส ฟาน เดอร์ โรห์ ใช้เพื่อกล่าวถึงแก่นแท้ของสถาปัตยกรรมที่เขาออกแบบ “น้อย” คือการใช้ส่วนประกอบน้อยเท่าที่จำเป็น ตัดทอนสิ่งไม่สำคัญออก คงเหลือแต่วัสดุที่นำมาใช้อย่างตรงไปตรงมา และไม่มีสิ่งใดมาปิดบัง เพื่อให้ภาษาของการออกแบบในยุคสมัยใหม่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุด

เหล็ก กระจก และหิน เป็นวัสดุที่มีส ฟาน เดอร์ โรห์ นำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของการออกแบบอาคาร ภายใต้ความเรียบง่ายของอาคารที่เขาออกแบบมักสะท้อนความชัดเจนของการใช้งาน และความลึกซึ้งในการจัดวางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ผลงานอย่าง Barcelona Pavilion (ค.ศ.1929), Farnsworth House (ค.ศ.1951), อาคาร Crown Hall ของ IIT (ค.ศ.1956) และอาคารตึกสูงอย่าง Seagram Building  (ค.ศ.1958) ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นอาคารสูงที่ใช้ระบบ Curtain Wall ที่มีความสวยงามที่สุด จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของปรัชญาการออกแบบของมีส ฟาน เดอร์ โรห์

คำพูดที่ว่า “God is in the Details” เป็นอีกประโยคหนึ่งที่มีส ฟาน เดอร์ โรห์ มักกล่าวถึงอยู่เสมอ เขาจึงเป็นสถาปนิกผู้ไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ หลุดรอดสายตา ทุกอย่างต้องพิถีพิถันโดยกำหนดลักษณะและตำแหน่งการติดตั้งไว้อย่างชัดเจน ภายใต้ความเรียบง่ายจึงซ่อนความอุตสาหะของช่างฝีมือ และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของนักออกแบบ

มีส ฟาน เดอร์ โรห์ กล่าวว่า สถาปนิกต้องรู้จักการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆ ก่อน จึงจะสามารถนำมาประกอบรวมกันอย่างมีความหมายได้

เก้าอี้ที่มีส ฟาน เดอร์ โรห์ ออกแบบก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน อาทิ Barcelona Chair ที่มีขาโลหะเป็นรูปตัว X ที่ออกแบบสำหรับใช้ใน Barcelona Pavilion หรือ Brno Chair ที่มีรูปทรงเหมือนตัว S ล้วนเป็นการออกแบบเก้าอี้ให้เหมาะกับสถาปัตยกรรมแนวใหม่ โดยมีส ฟาน เดอร์ โรห์ เน้นความแข็งแรง รูปแบบเรียบง่าย และนั่งสบาย แม้ว่าเก้าอี้ทั้ง 2 ตัวนี้มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นงานออกแบบที่ได้รับความนิยม ผลงานของเขาจึงนับว่าเป็น Classic Design เพราะเป็นความงาม ที่เรายังเห็นคุณค่าและสัมผัสได้ในปัจจุบัน

เรื่อง : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2017/02/Mies-van-der-Rohe.jpg