BLOG | 17 Jun 2016
ASA-CAN 10 for 90: Public Transit Lounge
การทดลองศึกษาพื้นที่สาธารณะแบบไทยๆ

เป็นเรื่องสนุกที่ได้เป็นหนึ่งในกรรมาธิการสถาปนิกชุมชน สมาคมสถาปนิกสยามฯ (ASA-CAN) กิจกรรมล่าสุดที่ดิฉันได้เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาโครงการคือ  ASA-CAN Ten for 90 ปีที่ 1 ซึ่งมีธีมคือ Public Transit Lounge แนวคิดริเริ่มโดยกลุ่ม Young CAN ที่ต้องการตั้งคำถามกับ “ความเป็นสาธารณะ” ของพื้นที่สาธารณะแบบไทยๆ นักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม และสถาปนิกรุ่นใหม่จากหลายมหาวิทยาลัยได้แก่ ศิลปากร จุฬาลงกรณ์ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ลาดกระบัง และขอนแก่น ร่วมกับนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การแนะนำของทีมสถาปนิกพี่เลี้ยงจากบริษัท Integrated Field (IF) และ CloudFloor

22

3

นักศึกษาทั้งสองสาขาวิชาร่วมถกเถียงกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับ ความเกรงใจ ความแตกต่างหลากหลายของผู้คนที่หัวลำโพง (คนที่รอรถไฟ คนที่ไม่ได้รอรถไฟ คนเมือง คนต่างจังหวัด คนมีบ้าน คนไร้บ้าน พ่อค้าแม่ค้าในย่าน ฯลฯ) พื้นที่สาธารณะในฐานะพื้นที่ของการปฏิสัมพันธ์ การกำหนดควบคุมโดยรัฐ อิสรภาพ และความยืดหยุ่นของการใช้สอยโดยผู้คนทั่วไป

2

1

10

โครงการนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากการถไฟแห่งประเทศไทย ให้ใช้โถงพักรอบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นพื้นที่ศึกษาและทดลอง Design Intervention เป็นเวลา10 วัน จากการสังเกตในเบื้องต้นผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปพบว่า เก้าอี้เดิมในโถงพักรอมีความเป็นทางการและอาจไม่ตอบโจทย์ของคนที่ต้องรอรถไฟนานๆ หรือคนที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ที่อาจต้องการการยืดเส้นยืดสายบ้าง รวมถึงผู้คนที่อาจอยากนั่งรวมกลุ่มกัน ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปจึงต้องการทดลองสร้าง “สื่อกลาง” ที่จะทำหน้าที่สลายความเป็นทางการ และเอื้อให้เกิดการใช้พื้นที่ร่วมกันของผู้คนที่แตกต่างหลากหลาย

6

4

โดย “เสื่อ” ถูกเลือกมาเพื่อแสดงการใช้พื้นที่แบบลูกทุ่ง (น่าสนใจที่การปูเสื่อทำให้การนั่งหรือนอนกับพื้นของคนต่างจังหวัดดูปกติมากขึ้นในสายตาของคนกรุง รวมทั้งทำให้ผู้คนพร้อมใจกันถอดรองเท้าโดยไม่ต้องปิดป้ายบอก) “บีนแบค” (ซึ่งดูมีจริตมากขึ้น) ถูกเลือกมาเพื่อแสดงการใช้พื้นที่แบบลูกกรุง กระถางต้นไม้ถูกนำมาสร้างบรรยากาศและแสดงเส้นขอบเขต รวมถึงมีการทดลองการเต้นร่วมสมัยจากน้องหลอดไฟและทีม ซึ่งไม่ใช่ “การแสดง” ที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนดู หากแต่คือการเต้นที่มุ่ง Explore ความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเองกับบริบทโดยรอบ การแทรกแทรงพื้นที่ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ใช่การนำเสนอ Solution หากคือการทดลองเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างบทสนทนาและ Discussion เรื่องพื้นที่สาธารณะต่อไป

7

9

ในวันท้ายๆ กิจกรรมที่พบบนเสื่อ นอกเหนือจากการนั่งนอนเอกเขนก เล่นไพ่ พูดคุย และโยคะ คือหมอนวดแผนโบราณ ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปตั้งข้อสงสัยแบบติดตลกว่า หากทิ้งเสื่อเอาไว้นานกว่านี้อาจจะมีมาเฟียมาเก็บค่าเช่าเสื่อของพวกเราก็เป็นได้ เหมือนพื้นที่สาธารณะแบบไทยๆ ทั่วไป

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ “พื้นที่สาธารณะในสังคมเสรี” ในเชิงรัฐศาสตร์ว่า น่าจะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายพูดคุยและอยู่ร่วมกันได้ โดยการพูดคุยนั้นอาจทำผ่านการไม่พูดกันก็ได้ สังคมเสรีคงไม่ใช่ที่ซึ่งทุกคนคิดเห็นเหมือนกันหรือรักใคร่กลมเกลียวกันเหลือเกิน คนเราไม่ต้องพูดคุยหวานแววต่อกันตลอดเวลา เพราะการอยู่ร่วมกันบางครั้งก็เป็นเพียงการที่เรารับรู้ว่าอีกฝ่ายมีอยู่ โดยที่เขาอาจคิดเห็นต่างจากเราก็ได้ แต่เราก็ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวาย หรือไม่ได้อยากเข้าไปทำร้ายเขา เราตัดสินใจที่จะนั่งนิ่งๆ อยู่ด้วยกันได้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นจุดมุ่งหมายในขั้นต้นอันหนึ่งของการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ดี

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook/tenforninety

 

 

 

 

 

เรื่อง : ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์
ภาพ : ASA-Community Act Network (CAN)



Supitcha Tovivich / writer

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความสนใจในงานพัฒนาชุมชน งานออกแบบ สถาปัตยกรรม และงานศิลปะ เป็น editor-in-chief ของวารสารอาษา ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน และเป็นนักเขียนอิสระให้ Elle Decoration ตั้งแต่ปี 2544

Supitcha Tovivich / writer

ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความสนใจในงานพัฒนาชุมชน งานออกแบบ สถาปัตยกรรม และงานศิลปะ เป็น editor-in-chief ของวารสารอาษา ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน และเป็นนักเขียนอิสระให้ Elle Decoration ตั้งแต่ปี 2544

LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/06/300-2.jpg