BLOG | 2 Mar 2016
BLATT CHAYA
เสน่ห์ของกระเบื้องปูนแห่งเมืองเบรุต

เบรุต เมืองหลวงแห่งประเทศเลบานอน ประเทศที่ถูกเรียกขานว่า ไข่มุกแห่งตะวันออกกลาง แม้จะผ่านสงครามกลางเมืองมากี่ครั้ง แต่เบรุตก็ยังทรงสเน่ห์น่าค้นหา ด้วยตึกรามบ้านช่องที่มีสถาปัตกรรมอันงดงาม ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ดิฉันมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการแหงนมองตัวอาคารทั้งเก่าและใหม่อย่างเพลินตา แต่ที่ติดใจมากที่สุด ถูกสะกดให้หยุดยืนดูทุกครั้ง ต้องยกตำแหน่งให้ “กระเบื้องซีเมนต์”

1

คนที่นี่นิยมนำกระเบื้องปูนลวดลายโบราณ มาตกแต่งทั้งพื้นและผนัง ตั้งแต่มหาวิทยาลัย แกเลอร์รี่ มิวเซียม ร้านอาหาร โรงพยาบาล ห้องสมุด รวมไปถึงบ้านเช่าที่ดิฉันเช่าอยู่ด้วย เสน่ห์ของกระเบื้องปูนนั้น มีพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ บ้านเก่าสีขาวธรรมดา เมื่อประกอบกับกระเบื้องลายดอกสีแดง กลับทำให้บ้านดูมีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำ หรือแม้แต่ร้านอาหารที่ออกแบบไว้อย่างโมเดิร์น ก็มักจะใช้กระเบื้องปูนอีกนั่นแหละ มาทำให้เกิดความ contrast แบบน่าสนใจ หรือไม่ ก็ใช้ลวดลายที่เป็นโมเดิร์นมาเพิ่มสีสันให้ร้านดูสนุกยิ่งขึ้น เสน่ห์อีกอย่างที่ดิฉันเห็น คือกระเบื้อง 1 แผ่น 1 ลาย เมื่อนำมาวางเรียงบนพื้น หมุนซ้ายขวาต่อกันไปคนละทาง ทั้งที่เป็นกระเบื้องลายเดียวกันแท้ๆ แต่ห้องออกมากลับกลายเป็นห้องคนละอารมณ์เลย ยิ่งทำให้ดิฉันตกหลุมรักมากขึ้นไปอีก

32

ในที่สุดดิฉันจึงตัดสินใจ ค้นข้อมูลทางอินเตอร์เนต หาผู้ผลิตกระเบื้องดังกล่าวในกรุงเบรุต ค้นจนเจอแบรนด์ที่คนพูดถึงและยอมรับมากที่สุด ไม่รอช้า ดิฉันจัดการนัดหมายเข้าไปขอสัมภาษณ์ในสัปดาห์ต่อมา….มาค่ะ มารู้จัก BLATT CHAYA ไปพร้อมๆ กัน

4

Mr.Edgard Chaya ผู้ก่อตั้งบริษัท BLATT CHAYA ในที่นี้ ดิฉันขอเรียก คุณลุงเอ้ดการ์ดนะคะ คุณลุงเล่าให้ดิฉันฟัง ขณะพาชมโรงงานว่า เมื่อปี 1881 คุณปู่ของคุณลุง เริ่มนำเทคโนโลยีการผลิตกระเบื้องซีเมนต์เข้ามาจากยุโรปตอนใต้ ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นอิตาลีหรือสเปน “เพราะลุงก็เกิดไม่ทัน” ลุงเอ็ดการ์ดว่างั้น สมัยก่อน จะเรียกว่าเป็นโรงงานคงไม่ได้ เพราะผลิตกันน้อยนิดและทำเป็นธุรกิจเล็กๆในครอบครัว พอลุงเอ็ดการ์ดโตขึ้นมาหน่อย พี่ชายของพ่อจึงสืบต่อธุรกิจกระเบื้องนี้ แต่ในที่สุด ก็แพ้พิษเศรษฐกิจ บริษัทจึงล้มไปอย่างน่าเสียดาย…เมื่อเวลาผ่านไป จนกระทั้งปี 1997 เมื่อคุณลุงเอ็ดการ์ดปลดเกษียณจากการเป็นประธานบริษัทด้านการเงิน คุณลุงใช้ชีวิตอย่างที่ตนเฝ้าฝันถึงตลอดชีวิตการทำงาน นั่นคือ การได้ล่องเรือพักผ่อนสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ตกปลา และท่องเที่ยวไปทั่วโลก จนกระทั่งวันหนึ่งก็มาถึงจุดอิ่มตัว ความรักการทำงานไม่เคยหนีไปจากเลือดตระกูล Chaya คุณลุงหันมาปัดฝุ่นธุรกิจที่หลับไหลของครอบครัวอีกครั้ง ปลุกขึ้นมาด้วยท่วงทำนองแบบ Edgard Chaya แล้วตั้งเป็นบริษัทผลิตกระเบื้องซีเมนต์ที่ “เป็นมิตรแก่ผืนแผ่นดิน” มาเกือบ 20 ปีแล้ว BLATT CHAYA เติบโตขึ้นในเรื่องของคุณภาพ แต่จุดยืนของเมื่อ20ปีที่แล้วกับตอนนี้ยังอยู่ที่เดิม “เราไม่ได้ทำธุรกิจ แต่เราทำกระเบื้องเพราะความรักด้วยหัวใจ” มีนายทุนมากมายจากประเทศตะวันออกกลางผู้ร่ำรวย ยื่นข้อเสนอให้คุณลุงเอ้ดการ์ดเสมอ เช่น จะลงทุนด้วยตัวเงินหลายล้านเหรียญให้ BLATT CHAYA ไปเปิดโรงงานที่ประเทศตน เพื่อจะได้ไม่ต้องมีคอร์สการขนส่ง และสามารถผลิตได้มากเท่าความต้องการของผู้บริโภค หรือข้อเสนอที่ว่า จะขอให้ BLATT CHAYA ผลิตให้บริษัทตนแบบผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวตลอดหลายปี เพื่อจะได้มีปริมาณที่มากพอแก่ผู้บริโภคเช่นกัน หลังจากผ่านการคิดอย่างถี่ถ้วนของคุณลุงเอ้ดการ์ดและครอบครัว คำตอบคือ “ไม่ เราไม่ต้องการเช่นนั้น”

5

Mr.Edgard Chaya ผู้ก่อตั้งบริษัท BLATT CHAYA

ถึงตอนนี้ ให้ดิฉันเล่าวิธีการผลิตกระเบื้องให้ฟังแบบคร่าวๆ ดีกว่า คุณจะได้นึกภาพตามไปพร้อมๆ กันได้ กระเบื้องที่เป็นมิตรแก่ผืนแผ่นดินที่คุณลุงเอ้ดการ์ดพูดถึงนั้น เริ่มต้นมาจาก การนำทรายคุณภาพดีที่เลือกสรรแล้วจากบนหุบเขาในประเทศเลบานอนมาล้างทำความสะอาดอย่างต่ำสามรอบ เพื่อจะได้เนื้อทรายที่ละเอียดและบริสุทธิ์ดีพอสำหรับการเป็นวัตถุดิบของกระเบื้องที่มีอายุการใช้งานทานทนเกินร้อยปี จากนั้น คือขั้นตอนการผสมสี สีทุกสีที่ BLATT CHAYA ใช้ เป็นส่วนผสมจากแร่ธรรมชาติโดยทั้งสิ้น เมื่อได้สีที่ต้องการแล้ว ก็กลับมาที่การออกแบบดีไซน์ลายกระเบื้อง ซึ่งแน่นอน นี่เป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งของความงดงามที่ต้องตาผู้พบเห็น ลูกชายคนสุดท้องของคุณลุงเอ็ดการ์ด Karim Chaya เรียนจบด้าน Industrial Design มาจากประเทศแคนาดา เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาด้านลวดลายและคุณภาพของกระเบื้อง BLATT CHAYA โดย Karim เล่าว่า กว่าจะมาเป็นลวดลายหลากหลายที่เค้าและหลานสาวช่วยกันออกแบบขึ้นมาเป็นร้อยๆ แบบอย่างในปัจจุบัน ย้อนกลับไปสู่ยุคแรกของบริษัท เริ่มต้นมาจากตัวเค้าเองที่เข้าไปถ่ายรูปกระเบื้องในบ้านโบราณที่ถูกปล่อยร้างทิ้ง แล้วจึงแกะแบบจากลายเก่ามาพัฒนาต่อ ปรับแต่งให้สมบูรณ์ขึ้น แล้วเริ่มทำการผลิตบล็อค บล็อคเหล็กถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแบ่งสีทำให้เกิดลวดลายต่างๆ ในพื้นที่ตั้งแต่แผ่นจิ๋วๆ 5x5cm. ไปจนถึง 50x50cm. เมื่อบล็อคพร้อม ก็มาถึงขั้นตอนการหยอดสี สีแต่ละสี ได้ผ่านการทดลองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน การเรียนรู้ความผิดพลาดมาตลอดหลายสิบปี ทำให้ BLATT CHAYA มีเทคนิคที่ทำให้กระเบื้องของพวกเค้า ลายคม ทนทาน และสีสวยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลองนึกตามนะคะ การที่เราจะมีบล็อคเหล็กแล้วหยอดสีต่างๆ ลงบล็อค เวลาดึงบล็อคขึ้นมา ดิฉันงงงวย ว่าทำยังไงถึงทำให้สีที่เคยถูกกั้นด้วยเหล็กความหนาไม่น้อยกว่า 2mm. สามารถไหลมาบรรจบกันได้อย่างคมกริ๊บเหมือนกันทุกชิ้น ลุงเอ็ดการ์ดเฉลยเทคนิคที่ค้นพบด้วยการลองผิดลองถูกแบบไม่หวงวิชาว่า เมื่อสีที่มีความเข้มข้นน้อยกว่ามาอยู่ใกล้สีที่มีความหนาแน่นมากกว่า ก็เหมือนน้ำกับน้ำเชื่อมข้นๆ ใครควรจะเป็นคนวิ่งเข้าหาใคร….ดิฉันจึงได้ถึงบางอ้อ ต่อมาเรื่องความทนทาน เนื่องจากกระเบื้องทุกชิ้น ถูกหลอมด้วยการเทสีให้เต็มในทุกๆ บล็อคสี นั่นแปลว่า ไม่ว่าพื้นบ้านของคุณจะโดนขัดแล้วขัดอีกกี่ปี สีและลวดลายก็จะไม่เสื่อมสลายไปไหน เพราะลวดลายที่อวดสายตาไม่ได้มีแค่ที่พื้นผิวหน้าอย่างที่หลายบริษัทปัจจุบันทำกัน เพราะฉะนั้น คุณลุงบอกว่าขัดไปเถอะ ขัดจนผิวหายไปเป็นเซ็นต์ฯ ลายก็จะยังสวยและสีสดเหมือนเดิม

8

7

6

11

ลูกชายคนสุดท้องของคุณลุงเอ็ดการ์ด Karim Chaya

ส่วนสุดท้าย สีที่เป็นดั่งลายเซ็นต์ เนื่องจาก BLATT CHAYA รักที่จะเป็นผู้รักผืนดิน คุณลุงบอกว่า กระเบื้องของแก ถ้าวันไหนก็ตามที่มีคนโยนทิ้งลงพื้น มันก็จะสลายกลายเป็นผืนดินที่ไม่ถูกแผ่นดินแม่รังเกียจ ดังนั้น การทำสีให้ฉูดฉาดกว่านี้อย่างที่ลูกค้าหลายคนต้องการ จึงไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะต้องพึ่งสารเคมีเข้ามาช่วย ดังนั้น สีที่ BLATT CHAYAใช้นั้น จะมีความตุ่นหรือเข้มแบบเบรค จะไม่มีสีสดจัดจ้านออกมาให้เห็น แต่นั่นกลับเป็นจุดเด่นที่ทำให้ BLATT CHAYA มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน จนคนทั่วไปนำมาใช้เรียกชื่อสีกระเบื้องว่า “สีแบบ BLATT CHAYA” แม้สามสิ่งข้างต้น จะเป็นจุดแข็งของแบรนด์ แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด การที่คุณลุงเอ็ดการ์ดและครอบครัวใส่หัวใจในการทำกระเบื้องทุกแผ่นและให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกราย นั่นก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ BLATT CHAYA เป็นที่เชื่อถือและน่าเคารพยกย่องในวงการสถาปนิกทั้งในโลกแห่งอาหรับ ยุโรปและอเมริกา แม้บริษัทจะไม่สามารถผลิตกระเบื้องได้ทีละจำนวนมากๆ เพราะต้องใช้ช่างเท็คนิคที่สอนงานกันมาเป็นสิบปีในการทำ แต่ทำไมลูกค้ารายใหญ่ๆ ถึงยอมเสียเวลาคอยร่วมหลายเดือน…คำตอบน่าจะชัดเจนอยู่แล้วจากที่ดิฉันเล่ามา กว่าจะได้กระเบื้องแต่ละแผ่นแต่ละตารางนิ้ว ลุงเอ็ดการ์ดบอกว่า ไม่อยากให้บริษัทใหญ่ๆ ผูกขาดแต่เพียงเจ้าเดียวตลอดทั้งปี แม้รายได้อันมหาศาลที่การันตีแน่นอนจะมากองอยู่ตรงหน้า แต่ถ้าต้องให้ร้านกาแฟเล็กๆ ร้านอาหารรายย่อย หรือบ้านคนธรรมดา ที่ต้องการกระเบื้องในปริมาณไม่มาก ต้องมานั่งรอปีหน้า หรือไม่มีโอกาสได้ใช้กระเบื้องของเราเลย นั่นไม่ใช่สิ่งที่ BLATT CHAYA อยากจะเป็น และที่สำคัญ การเปิดสาขาใหม่ๆ ในต่างประเทศนั้นแปลว่า คุณลุงเอ็ดการ์ดกับครอบครัวจะไม่สามารถทำความเข้าใจและพูดคุยกับลูกค้าได้โดยตรง ที่สำคัญ การผลิตจำนวนมากๆ นั้นย่อมหมายถึง การใช้เครื่องจักรปั๊มกระเบื้องออกมา ซึ่งความแม่นยำย่อมมากกว่ามือทั้งสองของมนุษย์อย่างแน่นอน แต่ความไม่สมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือ คือเสน่ห์ของกระเบื้อง handmade ที่คุณไม่สามารถทดแทนได้ด้วยความเพอร์เฟคแบบที่สมองกลมอบให้คุณได้9

12

10

14

13

นอกจากจะทำให้ได้เรียนรู้และรู้จักกระเบื้องซีเมนต์มากขึ้นแล้ว คุณลุงเอ้ดการ์ด ยังสอนสิ่งสำคัญในชีวิตให้ดิฉันอีกด้วย สิ่งแรก การเริ่มต้นใหม่ๆ ในชีวิต เกิดขึ้นได้เสมอโดยไม่มีคำว่าสายเกินไป สุดท้าย ครอบครัวเป็นพลังและสิ่งสำคัญในชีวิต มากกว่าทรัพย์สมบัติใดๆ ในโลก ขอบคุณครอบครัวอบอุ่น Karim Chaya,Calrin Chaya และ Youmna หลานสาวดีไซน์เน่อร์คนสวย เจเนอร์เรชั่นที่ทำให้ดิฉันค้นพบ BLATT CHAYA จากทางอินเตอร์เนต กราบขอบคุณน้ำใจที่หยิบยื่นให้มากกว่าคำสัมภาษณ์ Mr.Edgard Chaya

*BLATT ในภาษาอาหรับ แปลว่า กระเบื้อง *BLATT CHAYA คนเลบานอนรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี เป็นบริษัทยังคงใช้วิธีผลิตกระเบื้องแบบโบราณและมีผลงานเป็นเอกลักษณ์ : Lara Khoury (Fashion Designer)

เรื่อง : Oh Futon
ภาพ : Oh Futon



Oh Futon / Musician/Illustrator

OH+ Futon is an influential person in the fields of design, film, music, writing and painting. She has collaborated with many famous brands as well as combined drawings with personal short stories led to the publication of her books “Travelogue By OH+” and “วาดหลายเที่ยว Travels with OH+”. She is also a member of the band “Futon”, currently living in Beirut (Lebanon) and Bangkok

Oh Futon / Musician/Illustrator

OH+ Futon is an influential person in the fields of design, film, music, writing and painting. She has collaborated with many famous brands as well as combined drawings with personal short stories led to the publication of her books “Travelogue By OH+” and “วาดหลายเที่ยว Travels with OH+”. She is also a member of the band “Futon”, currently living in Beirut (Lebanon) and Bangkok

LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/02/thmb-12.jpg