BLOG | 23 Nov 2016
Ernst May House
หัวใจของการออกแบบ คือการแก้ปัญหา

สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในประเทศเยอรมี ที่ไม่ใช่บาวเฮ้าส์ (Bauhausไม่ได้อยู่ที่เมืองไวร์มาร์ (Weimar) แต่อยู่ในเมืองแฟรงเฟิร์ต (Frankfurt)

1-3

บ้านแอ๊นซ์ ไมย์ (Ernst May House) เป็นผลงานออกแบบของสถาปนิกและนักวางผังเมือง Ernst May โดยบ้านที่เปิดให้เยี่ยมชมนั้นคือ เลขที่ 136 ในย่านชุมชนที่เรียกว่า Römerstadt และบรรยากาศรอบๆ บ้าน

4-6

ซ้าย Ernst May วัย 75 ปี / เครดิตภาพ : https://www.kotte-autographs.com ขวา สภาพห้องพักอาศัยเดิมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ / เครดิตภาพ : https://www.dhm.de

 

ตัวบ้านและผังเมืองโดยรอบเป็นผลงานของไมย์ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1925-1930 หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุคนี้ถูกเรียกว่า New Frankfurt ก่อนพูดถึงรายละเอียดของงานออกแบบ ต้องเกริ่นถึงสภาพบรรยากาศความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคนั้นก่อนว่าเป็นอย่างไร

ระหว่างปี ค.ศ.1925-1930 เป็นช่วงเริ่มต้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม วิถีชีวิตผู้คนเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มหันออกมาทำงานตามเมืองใหญ่ๆ เช่น ตามโรงงาน และมีการอพยพถิ่นฐาน

ปัญหาที่ตามต่อมาคือ ความต้องการที่อยู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาค่าเช่าที่พักสูงมาก ผู้คในชนชั้นแรงงานจึงต้องทนอยู่อาศัยกันอย่างแออัดภายในอาคาร ห้องเพียงห้องเดียวอาจอยู่รวมกันหลายครอบครัว ไปจนถึงการสร้างนั่งร้านภายในคอกม้าเพื่อพักอาศัย ปัญหาที่ตามมา คือปัญหาเกี่ยวกับระบบสุขลักษณะและระบบสาธารณสุข เพราะระบบช่องแสงและการระบายอากาศของที่พักอาศัยไม่เพียงพอ จึงเกิดแนวความคิดออกแบบอาคารเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ที่โดดเด่นและคนส่วนใหญ่รู้จักคือ สถาปนิกกลุ่มบาวเฮ้าส์ ซึก่อตั้งโดย Walter Gropius ที่เมืองไวร์มาร์ แต่จริงๆ แล้วในเยอรมียังมีสถาปนิกกลุ่มอื่นๆ ที่มีแนวความคิดคล้ายกัน เช่น กลุ่ม Taut & Hoffmann ในเบอร์ลิน และเช่นเดียวกันในแฟรงเฟิร์ต ั่นคือกลุ่มของแอ๊นซ์ ไมย์นั่นเอง

ผลงานของไมย์กระจายรอบเขตเมืองชั้นนอก จากแผนที่ปัจจุบันสามารถเดินชมได้ 26 จุด เกือบทั้งหมดเป็นอาคารและชุมชนพักอาศัย ที่เปิดให้ชมภายในบ้านมีที่เดียวคือ ที่เราเข้าเยี่ยมชม ส่วนที่อื่นนั้นเป็นที่พักส่วนตัวของคนทั่วไป

7

ผังชุมชน Bornheimer Hang ตัวอย่างผลงานของไมย์ / เครดิตภาพ : https://www.dhm.de

รูปแบบอาคารและการวางผังในแต่ละเขตชุมชนมีความแตกต่าง โดยขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่โดยรอบ (Orientation) แต่ความต้องการภายในบ้าน (Facilities) แต่ละหลังและขนาดของบ้านจะใกล้เคียงกัน แต่ละหลังมีพื้นที่ประมาณ 90 ารางเมตร และมีสวนหลังบ้านเล็กๆ (อย่าลืมว่าในปี ค.ศ.1928 นั่นคือหรูมากบ้านมี ชั้นและชั้นใต้ดิน ความสูงจากพื้นถึงฝ้าคือ 2.60 เมตร และชั้นใต้ดินสูง 2.50 เมตร มีระบบไฟฟ้าและระบบความร้อนกลาง (นั่นหมายถึงไม่ต้องต้มน้ำร้อนอาบทุกครั้งชั้นใต้ดินมีไว้สำหรับเก็บของและเป็นตำแหน่งของห้องระบบความร้อนภายในบ้าน ซึ่งบ้านในยุคก่อนหน้าจะมีพื้นที่เก็บของใต้หลังคา รวมทั้งมีทางออกเชื่อมไปยังสวนหลังบ้าน (ข้อดี คือพื้นภายในบ้านจะไม่เปื้อนดินจากสวน)

8-9

ครื่องซักผ้าในยุคนั้น มีลักษณะคล้ายกะทะขนาดใหญ่ มีช่องใส่ฟืนด้านล่างสำหรับต้มน้ำให้ร้อนขณะซัก มีไม้สำหรับปั่นผ้าในกระทะ ลักษณะไม้คล้ายสกรูขนาดใหญ่ เมื่อซักผ้าเสร็จก็แขวนตากได้เลยในห้องใต้ดิน หรือออกไปตากแดดในสวนในช่วงฤดูร้อน ที่สำคัญคือ ห้องใต้ดินมีช่องแสงทะลุจากสวน

จากนั้นวิทยากรชี้ให้ดูตำแหน่งท่อระบายน้ำจากชั้นใต้ดิน แล้วเล่าประกอบว่าแม้ว่ามันจะดูไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วระบบการระบายน้ำภายในบ้านถูกออกแบบมาอย่างดี และถึงทุกวันนี้น้ำก็ไม่เคยท่วมห้องใต้ดินเลย นั่นหมายความว่า ห้องใต้ดินจริงๆแล้วอยู่สูงกว่าท่อระบายน้ำกลางนอกบ้านอีกที (อืมฟังแล้วก็อดคิดต่อไปถึงเมืองหลวงเมืองหนึ่งไม่ได้…จริงไหม)

10-11

แนวความคิดของสวนเล็กๆ หลังบ้านทุกหลังนั้นคือ ผู้อยู่อาศัยสามารถปลูกพืชผักไว้กินเองได้ เสมือนการตุนอาหารสำรองยามฉุกเฉิน

12-15

ชั้นบนมี 3 ห้องนอนกับ 1ห้องน้ำ (ปัจจุบันถูกใช้เป็นสำนักงานตามภาพในแต่ละห้องมีหน้าต่างกระจก ซึ่งกระจกแผ่นเรียบบานใหญ่ในสมัยนั้นถือว่าไม่ธรรมดา ผนังมีทั้งการทาสีและการบุวอลล์เปเปอร์ ซึ่งลวดลายได้มีการสืบค้นภายหลังว่า เป็นแบบเดียวกับในแคตาลอกของบาวเฮาส์ ส่วนสีทาผนังในปัจจุบันนั้นเป็นสีใหม่ ที่ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด

16-9

ชั้นล่างได้ปรับห้องนั่งเล่นและห้องทำงานเดิม ให้เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับผลงานการออกแบบในยุค New Frankfurt ทั้งด้านกราฟิกดีไซน์และเฟอร์นิเจอร์ แต่ละห้องจะมีเต้าเสียบปลั๊ก สวิตช์ไฟ และเต้าเสียบวิทยุ (นั่นหมายถึง ไฟฟ้าและสัญญาณวิทยุเข้าถึงทุกบ้านผลงานของไมย์)

20-24

น่ห์ของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นคือ ทุกอย่างดูเรียบเหมือนไม่มีรายละเอียดใดๆ แต่แท้จริงคือการคำนึงถึงและซ่อนรายละเอียดสำหรับการใช้งานไว้ในทุกจุด บ้านหลังนี้ ไฮไลต์สำหรับผู้เขียนคือ ครัว ออกแบบโดย Margarete Schütte-Lihotzky ด้วยขนาดม่ถึง 10 ตารางเมตร แต่มีทุกอย่างครบครัน ภายหลังครัวนี้ถูกใช้เป็นต้นแบบของครัวในบ้านทุกโครงการและเรียกว่า Frankfurt Kitchen

25

รายละเอียดที่ว่า เช่น บานเลื่อนตู้ติดผนัง ที่ออกแบบตัวบานให้ถอดและเลื่อนได้อิสระ โดยการแกะมือจับบานให้เป็นหลุมเว้าแทนการยื่นออกมา บานเปิดตู้ที่แกะเป็นร่องแทนมือจับ เพื่อให้อากาศภายในตู้ไม่อับชื้น ข้าวของไม่ขึ้นรา รวมทั้งเตาไฟฟ้า (ตั้งแต่ปีค.ศ.1928!!) ครัวที่แสนจะเล็กแต่มีเตาไฟฟ้า หมดปัญหาเรื่องเขม่าจากถ่าน นอกจากนี้ข้างเตายังมีแผ่นกระดานรีดผ้า ที่ยกพับเก็บติดผนังได้ เวลาจะรีดผ้าก็ยกลงพาดข้างเตาไฟฟ้า แล้วเอาเตารีดวางบนเตาให้ร้อน

26-27

เนื่องจากภายในบ้านต้องการแสดงผลงานการออกแบบเฉพาะจากสถาปนิกและนักออกแบบในยุค New Frankfurt จึงมีผลงานเฟอร์นิเจอร์ ออกแบบโดย Franz Schusterและ Ferdinand Kramer จัดแสดงด้วย ส่วนผลงานที่เกี่ยวกับผ้าหรือลายผ้า เช่น ผ้ามานหรือผ้าปูโต๊ะนั้นไม่มีการจัดแสดง ต่ะมีในกลุ่มบาวเฮ้าส์แทน

28-31

จากการสอบถามวิทยากร กลุ่มคนพักอาศัยรุ่นแรกคือ ผู้มีรายได้ไม่มาก เช่น บุรุษไปรษณีย์ข้าราชการครู และหนุ่มสาวโรงงาน

สำหรับผู้สนใจสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นและสไตล์บาวเฮ้าส์นั้น เราขอแนะนำให้มาเยี่ยมชมมาก เพราะสิ่งที่เราเห็นและสัมผัสได้ ไม่ใช่เฉพาะข้าวของหรือเฟอร์นิเจอร์ในยุคนั้น แต่คือลักษณะการใช้งานของพื้นที่ การออกแบบสเปซ และบริบทโดยรอบของสถาปัตยกรรม ตั้งแต่การเข้าถึงเขตกลุ่มอาคารไปจนถึงตัวบ้าน ทุกอย่างถูกออกแบบไว้หมดจนรู้สึกได้ จะดียิ่งขึ้นถ้ามีโอกาสได้ชมผลงานอื่นๆ ของไมย์ในแฟรงเฟิร์ต เพื่อให้เห็นภาพรวมของผลงานและแนวความคิดของตัวสถาปนิกที่มีต่อเมืองแฟรงเฟิร์ต

32-33

ที่ตั้ง

บ้านแอ๊นซ์ ไมย์ (Ernst May House) Im Burgfeld 136, 60439 Frankfurt am Main

การเดินทาง

รถเมล์สาย 60 สถานี Mithrasstraße (สามารถตรวจสอบตารางระบบขนส่งมวลชนแฟรงเฟิร์ตได้จาก www.rmv.de)

ข้อมูลเพิ่มเติม

• เกี่ยวกับบ้านแอ๊นซ์ ไมย์ http://ernst-may-gesellschaft.de/home.html
• สามารถดูแปลนบ้านได้ที่นี่ http://ernst-may-gesellschaft.de/mayhaus/musterhaus.html
• แผนที่ตำแหน่งสถาปัตยกรรมยุค New Frankfurt ทั้งหมด โดยมีการเทียบตำแหน่งกับ Google Maps 
จึงสะดวกมากสำหรับการเยี่ยมชมในแต่ละจุดhttp://karte.ernst-may.de
• ภาพสถาปัตยกรรมในยุค New Frankfurt รวมถึงงานออกแบบอื่นๆ www.neues-frankfurt.de

เรื่อง : Atthaya Suaysom
ภาพ : Atthaya Suaysom



Atthaya Suaysom / Maja / Freelance Designer & Design Student

“The limits of my language mean the limits of my world.” This quote from Ludwig Wittgenstein makes Atthaya changed the way to live her life. Atthaya is fascinated by something simple and local. She travels mostly alone, knows and learns people on the way. Now she’s living in Germany and studying communication design.

Atthaya Suaysom / Maja / Freelance Designer & Design Student

“The limits of my language mean the limits of my world.” This quote from Ludwig Wittgenstein makes Atthaya changed the way to live her life. Atthaya is fascinated by something simple and local. She travels mostly alone, knows and learns people on the way. Now she’s living in Germany and studying communication design.

LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/11/thmb-14.jpg