DESIGN | 30 Jul 2016
Design Hero
Tadao Ando ผู้สร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้แก่การใช้คอนกรีตในงานสถาปัตกรรม

2

ทาดาโอะ อันโดะ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่ทำให้คอนกรีตแข็งกระด้าง กลายเป็นผนังที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล และใช้การปิดทึบของคอนกรีตทำให้เรารู้สึกถึงความงามของแสงธรรมชาติ ซึ่งเขากล่าว่วา สิ่งที่เขาสร้างขึ้นไม่ใช่สถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัสดุ รูปทรงเรขาคณิต และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

5

7

อันโดะเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือช่างไม้ในจังหวัดโอซาก้าตั้งแต่อายุ 10-17 ปี เขาเป็นนักมวยอาชีพอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนเริ่มศึกษาเรื่องสถาปัตยกรรมด้วยการอ่านหนังสือ ฝึกงานในสำนักงานออกแบบ และไปดูสถานที่จริง ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับการไปเห็นและสัมผัสจากสถานที่จริง โดยจดจำรายละเอียดของอาคารแล้วสเกตช์เก็บไว้

3

4

อันโดะใช้กำแพงและผนังคอนกรีตโอบล้อมเพื่อสร้างพื้นที่ภายในอาคาร หรือไม่ก็ออกแบบอาคารให้ฝังตัวลงไปใต้ดิน เขาต้องการให้ผนังคอนกรีตเป็นทั้งโครงสร้างและพื้นผิวสำหรับสัมผัส โดยใช้ประสบการณ์จากการเป็นช่างไม้ในอดีตเข้ามาช่วย ด้วยความประณีตทำให้ผนังคอนกรีตที่ถอดออกจากแบบไม้ มีผิวสัมผัสเนียนเสมอกัน นุ่มนวลเหมือนผ้าไหม มีรูเจาะเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ อาคาร Azuma House (ค.ศ.1975) เป็นผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก โดยใช้ผนังคอนกรีตตีกรอบเพื่อสร้างจักรวาลเล็กๆ ให้เกิดขึ้นภายในอาคาร ส่วนแสงธรรมชาติจากช่องด้านบนก็สร้างความโดดเด่นให้กับภายใน

9

8

อันโดะเชื่อมั่นในความเรียบง่ายของรูปทรง และการตอบโจทย์ในการใช้งาน อาคารที่เขาออกแบบจึงประกอบไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ อย่างพิพิธภัณฑ์งานศิลปะสมัยใหม่ที่ Fort Worth (ค.ศ.2002 ) สหรัฐอเมริกา อาคารสำหรับการประชุมของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ Vitra (ค.ศ.1993) ในเยอรมนี

11

เมื่อเข้าไปในอาคาร อันโดะต้องการให้แสงธรรมชาติเป็นพระเอก จึงใช้กำแพงและผนังเพื่อสร้างสเปซที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแสงธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ตัวอย่างเช่น Church of Light (ค.ศ.1989) เป็นอาคารที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ซึ่งอันโดะใช้การเว้นช่องว่างของผนังคอนกรีต เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเป็นไม้กางเขน หรืออาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Chichu (ค.ศ.2004) บนเกาะนาโอชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ที่มักมีคนเดินทางไปเสพความงาม และความมหัศจรรย์ของแสงและลมที่เข้ามาในตัวอาคาร

1

อาคารที่อันโดะออกแบบมีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เมื่อยู่ในอาคารที่เขาออกแบบเราจะรู้สึกได้ถึงความขัดแย้ง พื้นที่มีความต่อเนื่องแต่ตัดขาด เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งรอบข้างไปพร้อมๆ กับการมีพื้นที่ส่วนตัว ตลอดชีวิตการทำงานเขาได้รางวัลมากมาย ซึ่งรางวัลพริตซ์เกอร์ในปี ค.ศ.1995 ที่เขาได้รับนั้น เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติสูงสุดของวงการสถาปัตยกรรมระดับโลก นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างผลงานจากจิตวิญญาณ ไม่ทำตามแบบแผนจนนำไปสู่สิ่งใหม่ๆ และถึงแม้ว่าจะมีอายุ 74 ปีแล้ว แต่อันโดะก็ยังคงสเกตช์และจดจำรายละเอียดของงานสถาปัตยกรรม และมีผลงานออกมาให้เราได้ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

  • The Hyatt Foundation, The Pritzker Architecture Prize Website
  • ELcroquis: Space Abstraction and Landscape, Tadao Ando 1983-2000
  • Chicu Art Museum: Tadao Ando Builds for Walter De Marie, James Turrell and Claude Monet, Hatje Cantz, 2005

 

 

 

เรื่อง : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์
ภาพ : Kinokuniya สาขาสยามพารากอน



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/07/thmp_endo.jpg