DESIGN | 6 May 2017
Louis Vuitton
ผู้เปิดตำนานการเดินทางสมัยใหม่

 

Who is he ?

ในปี ค.ศ.1853 (พ.ศ.2378) มองซิเออร์หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ในวัยเพียง 14 ปี ออกเดินทางจากบ้านเกิดในเมืองอังเชย์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ไปเริ่มต้นชีวิตในกรุงปารีส หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการทำหีบสำหรับบรรจุสัมภาระกับช่างทำหีบที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เขาได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองขึ้นในปี ค.ศ.1854 (พ.ศ.2397) และเปิดร้านแห่งแรกที่ถนนเนิฟ เด คาปูซีน (Neuve-des-Capucines) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโอเปร่าเฮ้าส์ของปารีส

ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาของการขยายความเจริญของเมืองใหญ่ และการพัฒนาเครื่องจักรสำหรับรองรับระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม ที่เรารู้จักว่าเป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มหานครอย่างปารีสและลอนดอนเริ่มมีการเชื่อมต่อของเมืองโดยรถไฟ ในปี พ.ศ.2380 เป็นปีแรกที่ฝรั่งเศสเริ่มใช้รถไฟอย่างเป็นทางการ และในปี พ.ศ.2381 เรือเดินสมุทรที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำก็สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้เป็นครั้งแรก นับว่ายุคนี้เป็นยุคแรกของนักเดินทาง หีบบรรจุสัมภาระที่ใช้สำหรับการเดินทางไกลจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้กิจการหีบและกระเป๋าเดินทางของหลุยส์ วิตตอง สามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ทายาทของหลุยส์ วิตตอง ได้ต่อยอดสินค้าและกิจการจนผ่านมากว่า 160 ปีแล้ว

The Ease of Travelling

นักเดินทางในสมัยนั้นต้องการหีบในการจัดเก็บเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรา หลุยส์ วิตตอง ผู้สามารถออกแบบหีบเก็บสัมภาระได้อย่างไม่เหมือนใคร เปิดตัวหีบรุ่นใหม่ในปี พ.ศ.2401 โดยเป็นหีบไม้ที่มีรูปทรงเป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฝาหีบและก้นหีบแบนราบ เพื่อความสะดวกในการนำมาซ้อนกัน นอกจากนั้น หลุยส์ วิตตอง นำเอาผ้าใบที่เคลือบน้ำยากันน้ำและมีความทนทานมาห่อหุ้มหีบไม้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเสื้อผ้าและของใช้ที่เก็บไว้ในหีบ เขาออกแบบการตอกหมุดยึดผ้าใบเข้ากับหีบไม้ได้อย่างสวยงาม รวมทั้งคิดรายละเอียดการเข้ามุมหีบด้วยโลหะ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการกระแทก สิ่งที่ทำให้นักเดินทางประทับใจและหันมาให้ความสำคัญกับการใช้หีบของหลุยส์ วิตตอง คือการออกแบบวิธีการจัดเก็บสัมภาระให้เป็นสัดส่วนภายในหีบ ทำให้นักเดินทางสามารถจัดเก็บข้าวของและนำเอาของออกมาใช้ได้อย่างสะดวกสบาย เรียกได้ว่าหีบของหลุยส์ วิตตอง เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางสมัยใหม่เลยทีเดียว

The Art of Bags

ทายาทของหลุยส์ วิตตอง ได้ออกแบบหีบสำหรับบรรจุสัมภาระและกระเป๋าสำหรับนักเดินทางอีกหลายรูปแบบ เพื่อให้ตอบโจทย์ของการเดินทางและการแต่งกายที่เรียบง่ายมากขึ้น ในปี พ.ศ.2418 (ค.ศ.1875) หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวหีบตู้เสื้อผ้าหรือ Wardrobe ซึ่งเป็นหีบรุ่นใหม่ที่สามารถเปิดได้ทางแนวตั้ง มีด้านหนึ่งเป็นที่แขวนเสื้อผ้า และอีกด้านเป็นลิ้นชักสำหรับจัดเก็บสิ่งของ ทำให้นักเดินทางสามารถเปิดกระเป๋าและนำเสื้อผ้าออกมาใช้ โดยไม่ต้องย้ายของไปเก็บในตู้เสื้อผ้าของที่พัก

สำหรับนักเดินทางที่เดินทางโดยเรือ หลุยส์ วิตตอง ออกแบบหีบสัมภาระ Cabin Trunk เป็นหีบทรงแบน สามารถเก็บใต้เตียงในห้องพักผู้โดยสารได้พอดี และเมื่อบริษัทฟอร์ดเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปี พ.ศ.2448 (ค.ศ.1945) แบรนด์หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวกระเป๋าสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์หรือ Driver Bag ซึ่งเป็นกระเป๋าทรงกลมแบน รูปทรงแปลกตา สามารถจัดเก็บไว้ในช่องเก็บล้ออะไหล่ได้พอดี Driver Bag ยังเป็นกระเป๋ากันน้ำ ทำให้สามารถนำมาใช้เป็นถังในกรณีฉุกเฉินได้อีกด้วย เมื่อมีการเดินทางโดยบอลลูน หลุยส์ วิตตอง ก็ออกแบบหีบ รุ่น Nacelle Trunk ที่จะช่วยให้บอลลูนลอยน้ำได้หากเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในน้ำ รวมทั้งยังมีหีบ รุ่น Aero Trunk ที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ

นอกจากหีบและกระเป๋ารูปแบบต่างๆ แล้ว หลุยส์ วิตตอง ยังออกแบบกุญแจล็อกส่วนตัวขึ้นในปี พ.ศ.2433 (ค.ศ.1890) ซึ่งสามารถใช้กับกระเป๋าเดินทางทุกใบของหลุยส์ วิตตอง โดยเจ้าของกระเป๋าจะได้รับกุญแจที่มีรหัสส่วนตัว ซึ่งจะสามารถเปิดกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง ของตนเองได้ทุกใบด้วยกุญแจเพียงดอกเดียว นับว่าการทำงานของหลุยส์ วิตตอง และทายาท ได้สร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์การเดินทางในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

นอกจากจะโดดเด่นด้านการออกแบบสินค้าแล้ว ลวดลายที่อยู่บนหีบสัมภาระและกระเป๋ายังนับว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ได้อย่างชัดเจน โดยสัญลักษณ์ของแบรนด์ออกแบบเมื่อปี พ.ศ.2493 (ค.ศ.1950) โดยจอร์จ วิตตอง

การสร้างสรรค์ของหลุยส์วิตตองไม่ได้หยุดอยู่เพียงหีบและกระเป๋าเดินทางที่เป็นทรงแข็งเพราะยังมีการออกแบบกระเป๋าทรงนิ่มอีกด้วยอาทิกระเป๋ารุ่น Steamer ซึ่งออกแบบในปีพ.ศ.2444 (ค.ศ.1901) เป็นกระเป๋าใบใหญ่ตัดเย็บจากผ้าใบให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สามารถพับเก็บในหีบได้เพื่อใช้สำหรับเก็บชุดผ้าเครื่องนอนที่ใช้สำหรับการเดินทางและดัดแปลงให้เก็บของอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ยังมีกระเป๋ารุ่น Keepall ที่เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ.2463 (ค.ศ.1920) เป็นกระเป๋าผ้าใบทรงนิ่มที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการเดินทางพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาในปีพ.ศ.2502 (ค.ศ.1959) กาสตอง-หลุยส์วิตตองและคล้อด-หลุยส์วิตตองเป็นผู้คิดค้นวิธีการเคลือบผ้าใบที่ตัดกระเป๋าทรงนิ่มให้สามารถกันน้ำได้จึงเริ่มผลิตกระเป๋ารุ่น Steamer และรุ่น Keepall จากผ้าใบกันน้ำที่มีลวดลายสัญลักษณ์ของแบรนด์หลุยส์วิตตองทำให้กระเป๋าทั้งสองรูปแบบได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

The Art of Travelling

จุดเริ่มต้นจากความสะดวกสบายของการใช้งาน จนกลายเป็นงานออกแบบที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ เพิ่มความสง่างามให้กับนักเดินทาง ปัจจุบันหลุยส์ วิตตอง เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สินค้าของหลุยส์ วิตตอง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกระเป๋าหรูหรา แต่ขยายตัวเป็นสินค้าแฟชั่น อาทิ รองเท้า เครื่องประดับ นาฬิกา แว่นตา และหนังสือ แบรนด์หลุยส์ วิตตอง ยังคงรักษาปรัชญาและอัตลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ที่หรูหราที่สุดของโลกติดต่อกันถึง 6 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.2006-2012 ปัจจุบัน มีจำนวนสาขาถึง 460 แห่งใน 50 ประเทศทั่วโลก ช่วยสะท้อนความสำเร็จของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลอ้างอิง: บริษัท หลุยส์ วิตตอง (ไทยแลนด์) จำกัด

เรื่อง : ณัฏฐิณี กาญจนาภรณ์
ภาพ : louisvuitton.com



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2017/05/web-template-01-3.png