HOMES | 18 May 2016
Past Through Present
บ้านแห่งความทรงจำของ ชาญฉลาด กาญจนวงศ์

3

อาคาร ซึ่งมีสมาชิกหลายครอบครัวอยู่ร่วมกัน รายล้อมด้วยญาติ พี่น้อง ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งเสียงเพลงจากเทปคาสเซตในยุค 1970s และ 1980s คือบรรยากาศของความคุ้นเคยในบ้านหลังเก่าสมัยเด็ก ที่ถูกนำมาย้อนวันวานอีกครั้งในบ้านพักส่วนตัวของคุณเบิร์น ชาญฉลาด กาญจนวงศ์ เจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะ Art House และแบรนด์เครื่องเขียน Grey Ray Stationery

14

13

15

ห้องพัก 3 ยูนิต ในพื้นที่คอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท จัดแบ่งเป็น 3 ส่วน เชื่อมต่อถึงกัน ได้อย่างลงตัว หนึ่งคือ ห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องแห่งปัจจุบัน สองคือ พื้นที่ในห้วงเวลาการย้อนอดีตในบริเวณห้องทำงาน และสาม เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องนอนเป็นห้องแห่งความฝันและอนาคตของเช้าวันถัดไป ในแต่ละห้องล้วนรายล้อม ไปด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียง เทปคาสเซต และแผ่นไวนิลของเพลงแต่ละยุคที่คุณเบิร์นคุ้นชิน โดยแบ่งประเภทและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ “เราเติบโตในยุค 1980s ความทรงจำนั้นมันยังวนเวียนอยู่ เคยคิดว่าถ้าจะมีพื้นที่ของตัวเองก็จะทำให้เป็นเหมือนสถานที่ที่เราเติบโตมา มันจึงเป็นสไตล์ที่เราอยู่ได้ตลอด ของทุกอย่างเราหาซื้อและเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน พอจะทำบ้านเราจะคิดถึงของพวกนี้ด้วย ว่าจะวางไว้ตรงไหนและวางอย่างไรให้เหมือนของมันอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เราชอบของเยอะ แต่รักความสะอาดและเป็นระเบียบ เวลาเห็นข้าวของแวดล้อมเยอะๆ เราจะรู้สึกอบอุ่น อยู่ตรงไหน ก็ไม่รู้สึกเหงา”

12

เสียงเพลงทำให้คุณเบิร์นค้นพบความสนใจของตัวเองในอีกด้านหนึ่ง “เราชอบฟังเพลงหรืออะไรก็ได้ที่เป็นเสียง จนเพิ่งค้นพบตอนโตว่าเสียงมันลิงค์ไปถึงเรื่องสมาธิ เหมือนเวลาฟังแผ่นไวนิล เราต้องเลือกเครื่องกับแผ่นที่เป็นยุคเดียวกัน พอได้แผ่นที่อยากฟังก็ค่อยๆ เอาหัวเข็มวาง ตั้งใจฟังลึกๆ ให้เข้าใจลักษณะการทำงานของตัวเครื่องและแผ่นเสียงในยุคนั้นๆ แล้วเราจะตั้งใจฟังรายละเอียด หาตำแหน่งของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ซึ่งทำให้เราจดจ่อกับมัน จนได้เข้าใจว่า ‘ปัจจุบัน’ คือทุกขณะที่เราจดจ่อ ภาวะนี้จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา ทำให้เราสบายใจ” สมาธิที่เกิดจากการฟังเพลงจึงเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดในพื้นที่ส่วนตัวเกิดความสงบช่วยสร้างสมดุลและแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

7

1

11

แม้จะผ่านประสบการณ์การทำงานในหลายแวดวง ทั้งงานอินทีเรีย ออกแบบเสื้อผ้า ไปจนถึงงานอีเว้นต์ แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาสู่การค้นหาแก่นแท้ของโรงเรียนสอนศิลปะที่ทำมานาน จนต่อยอดเป็นธุรกิจเครื่องเขียนแบรนด์ Grey Ray Stationery อันโด่งดัง “เราขยายธุรกิจจากภายในโดยใช้ต้นทุนและวัตถุดิบที่เรามี ซึ่งก็คือเครื่องเขียน ไอเดียเริ่มจากอยากทำให้นักเรียนเราใช้ก่อน ถ้าดีจริงก็ จะขยายไปให้คนทั่วโลกได้ใช้ เราอยากสร้างวัฒนธรรมเครื่องเขียนให้คนไทยและอยากให้เป็นแบรนด์ที่คนไทยภูมิใจ จึงไม่ใช้ชื่อโรงเรียนเป็นแบรนด์สินค้า เพื่อทำให้ทุกคนกล้าใช้แม้จะไม่ได้เรียนโรงเรียนเราก็ตาม”

9

แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายนักจากการผันตัวเองจากคุณครูสอนศิลปะมาเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ความสำเร็จล้วนเกิดจากความกล้าคิดกล้าทำ ความเข้าใจถึงพฤติกรรมการใช้งานเครื่องเขียนอย่างลึกซึ้ง ความตั้งใจ ในการออกแบบให้เกิดความคุ้มค่า รวมถึงการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ก่อให้เกิดขยะน้อยที่สุด “เราไม่ได้ทำงานด้วยความทะเยอทะยาน แต่ทำด้วยความสนุกในทุกวัน ถ้าทำทุกอย่างให้เป็นงานอดิเรกเราก็จะได้ทำทุกวัน ธรรมชาติของมนุษย์เราทำอะไรอย่างเดียวตลอดไม่ได้ อาจจะมีงานเฉพาะทางอย่างหนึ่ง แต่สุดท้ายเราก็สามารถทำอย่างอื่นได้ตลอดเวลา เราทำงานหลายอย่าง ต้องเจอกับคนเยอะ พอกลับมาบ้านเราจะใช้ชีวิตช้าลง นิ่งและสงบขึ้น เหมือนได้ชาร์จแบตฯ ให้ตัวเอง” คุณเบิร์นกล่าวด้วยรอยยิ้มถึงแรงบันดาลใจในชีวิตที่ได้รับจากพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้

เรื่อง : ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก
สไตล์ : ใจรัก จันทร์สิน ถนอมพงศ์สานต์
ภาพ : BLOOM



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/05/300-4.jpg