HOMES | 27 Feb 2016
Simple Complexity
บ้านที่ปรับเปลี่ยนตามการเติบโตของสมาชิกครอบครัวโตวิวิชญ์

บ้านหนึ่งหลังแฝงด้วยความหมายและรายละเอียดซับซ้อน ทั้งในแง่ความผูกพันและความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกัน เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกแบบซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ สนใจมาตั้งแต่ครั้งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี จวบจนปัจจุบันในฐานะหัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เมื่อต้องออกแบบบ้านสำหรับสมาชิก 6 ชีวิต ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่ภายใต้หลังคาเดียวกันนี้ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคลินิกทันตกรรมและโรงเรียนสอนศิลปะ ความสมดุลระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องคำนึงถึง

2

1

แม้บ้าน 3 ชั้นบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 800 ตารางเมตร ที่คุณสุพิชชาออกแบบนี้ จะเป็นหลังที่สองที่เธอใช้วิชาความรู้ลงมือเขียนแบบด้วยตนเอง แต่นับเป็นหลังแรกที่ลงลึกถึงฟังก์ชั่น ซึ่งตอบสนองการใช้งานอย่างแท้จริงในความต้องการที่หลากหลายของสมาชิกในครอบครัว จึงทำให้เธออดรู้สึกเกร็งไม่ได้เมื่อต้องนำทฤษฎีที่เคยเรียนและที่สอนมาสู่ภาคปฏิบัติ ทั้งนี้เพราะ “เป็นการออกแบบบ้านของตัวเอง ที่มีพ่อแม่และครอบครัวของพี่สาวอาศัยอยู่ด้วย ทั้งใกล้ตัว และต้องผสมผสานความต้องการที่หลากหลาย”

ที่ดินขนาด 168 ตารางวา ริมถนนใหญ่ ซึ่งคุณแม่คุณสุพิชชาซื้อไว้ ด้วยความตั้งใจให้เป็นบ้านที่สมาชิกในครอบครัวกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งในรูปแบบ “ครอบครัวขยาย” เหมือนวิถีไทยดั้งเดิม ที่คนหลายรุ่นอาศัยภายใต้ชายคาเดียวกัน“ครอบครัวเราไม่เคยอยู่รวมกันเยอะขนาดนี้มาก่อน” คุณสุพิชชาเล่าด้วยรอยยิ้มกว่า 10 ปีที่เธอแยกออกไปใช้ชีวิตของตนเอง นับตั้งแต่ศึกษาต่อปริญญาโทและเอกด้านสถาปัตยกรรมชุมชนที่ประเทศอังกฤษเช่นเดียวกับพี่สาว ที่เมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็แยกบ้านออกไป “แต่พอมีบ้านหลังนี้ ทุกคนกลับมาอยู่บ้าน พ่อแม่ก็อายุมากขึ้นด้วย โดยส่วนตัวก็รู้สึกว่าดีจังที่มีบ้านนี้ เพราะทำให้ทุกคนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

3

ด้วยประสบการณ์ในฐานะผู้สอน บวกการเดินทางที่มีโอกาสได้พบเห็นและศึกษางานสถาปัตยกรรมในหลายประเทศ เมื่อต้องลงมือสร้างบ้านของตัวเอง คุณสุพิชชาบอกว่า ได้นำเนื้อหาที่สอนโดยตรง คือวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และสไตล์การออกแบบของงานสถาปัตยกรรมเขตร้อนมาเป็นแนวคิดหลักในการทำบ้าน ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งโจทย์สำคัญ คือการออกแบบบ้านของครอบครัวที่ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว ทั้งนี้เพราะสมาชิกในบ้านล้วนแล้วแต่ผ่านการอยู่โดยลำพังมาแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่ง

4

หัวใจสำคัญคือ เน้นให้อยู่สบาย จัดการง่าย ใหญ่แต่ไม่อึดอัด และด้วยความที่เป็นบ้านครอบครัวขยายแต่เราก็ไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้ชิดกันมาก เพราะฉะนั้นตั้งแต่ออกแบบก็ตั้งใจจะให้ทุกคนมีสเปซของตัวเองซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมาก”

5

นอกจากคำนึงถึงพื้นที่ส่วนตัวของคนในบ้านแล้ว ตอนออกแบบยังต้องคำนึงถึงพื้นที่สาธารณะที่จะมีคนภายนอกเข้ามาใช้งานด้วย โดยชั้นล่างออกแบบให้คนที่มาคลินิกเดินเข้าประตูด้านข้าง ซึ่งแยกออกจากประตูขึ้นบ้าน ขณะที่ห้องเรียนศิลปะแม้ใช้บันไดเดียวกับเราก็จริง แต่มีโถงบันไดเป็นตัวกั้นสเปซระหว่างคนภายนอกกับพื้นที่พักอาศัยของตัวเอง”

6

ผนังบันไดทางขึ้นบ้านซึ่งตอนแรกตั้งใจจะตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ แต่เมื่อนึกว่าหากต้องทำความสะอาดหรือเปลี่ยนหลอดไฟก็คงไม่สะดวกนัก เนื่องจากเป็นผนังบริเวณช่องบันไดที่เชื่อมระหว่างชั้นซึ่งสูงมาก จึงแก้ปัญหาด้วยการเดินท่อสายไฟให้เป็นเส้นสายน่าสนใจ ทำให้ผนังของช่องบันไดเป็นกราฟิกสนุกสอดรับกับอิฐช่องลมได้อย่างดี

7

บริเวณโถงบันไดเป็นจุดหนึ่งที่คุณสุพิชชานำความเรียบง่ายของอิฐช่องลม ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ทั่วไปมาออกแบบให้เกิดเป็นสเปซที่ให้ภาพกราฟิกสวยงามน่าสนใจและครบครันประโยชน์ใช้สอยในราคาประหยัด โดยตั้งใจให้พื้นที่บริเวณคอบันไดมีลักษณะกึ่งเอาต์ดอร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องหมุนเวียนถ่ายเทและนำลมกระจายขึ้นไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งในด้านฟังก์ชั่นแล้ว อิฐช่องลมยังทำหน้าที่กรองแสงไปด้วยในตัว

9

เรื่อง : ธนาพร ตั้งเจริญมั่นคง
สไตล์ : ใจรัก ถนอมพงศ์สานต์
ภาพ : ธนวัชร ถนอมพงศ์สานต์



Tag : Home
LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/02/thump-5.jpg