LIFESTYLE | 22 Aug 2016
EDIBLE FLOWERS
10 พันธุ์ดอกไม้กินได้ ที่น่าเด็ดมาปรุงเพื่อเพิ่มรสชาติและสีสันให้มื้ออาหาร

f1

1.ดอกขจร

ส่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุดของไม้เลื้อยเถาเล็กชนิดนี้ คือส่วนยอดอ่อน ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทั้งวิตามินเอ ซี แคลเซียม และฟอสฟอรัส ยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกขจรสามารถนำมาปรุงอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือเป็นส่วนประกอบในเมนูอื่นๆ เช่น ไข่ตุ๋นดอกขจร แกงส้มดอกขจร

2.ดอกโสน

พืชล้มลุกดอกสีเหลืองสดใส มีรสหวาน พร้อมแร่ธาตุ แคลเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและสมอง มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด รวมถึงวิตามินเอ บี 1 บี 2 ไนอะซิน และวิตามินซี สามารถปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น นำมาทอดกรอบ ต้มจิ้มน้ำพริก ทำแกงดอกโสน ยำดอกโสน ผัดน้ำมันหอย หรือจะนำมาทำขนมดอกโสนก็ได้เช่นกัน

3.ดอกอัญชัน

ดอกสีม่วงขนาดเล็ก มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ สารแอนโทไซยานินเพิ่มการไหลเวียนในหลอดเลือดเล็ก ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น เพราะไปหล่อลื่นหลอดเลือดส่วนปลายประสาท ทำให้กลไกที่ทำงานเกี่ยวกับการมองเห็นแข็งแรงขึ้น

f2

4.ดอกกระเจี๊ยบ

มากกว่าการต้มน้ำดื่มให้ชุ่มคอ คือช่วยย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย และมีสรรพคุณช่วยล้างไขมันในเส้นเลือดได้ดี ถ้าจะนำมาปรุงอาหารก็ทำได้ทั้งคาวหวาน อย่างเมนูยำดอกกระเจี๊ยบ แกงส้มดอกกระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบแช่อิ่ม กระเจี๊ยบเชื่อม หรือจะเป็นแยมดอกกระเจี๊ยบทาขนมปังทานเล่นก็สดชื่นเช่นกัน

5.ดอกเข็ม

หลังจากดึงก้านเกสรเพื่อชิมรสน้ำหวานในดอกเข็มหลากสีที่ปลูกไว้รายล้อมรั้วบ้านแล้ว ลองเก็บมาทอดกรอบจิ้มน้ำพริก น้ำยำ หรือกินเป็นเครื่องเคียงกับขนมจีนน้ำพริก แต่ต้องระวังดอกเข็มสีขาวและดอกเข็มอินเดีย เพราะไม่สามารถนำมารับประทานได้ เนื่องจากมีสารพิษฤทธิ์คล้ายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

6.ดอกลั่นทมขาว

เลือกเอาดอกใหญ่ที่ร่วงจากต้นใหม่ๆ ตัดก้านและล้างยางออกให้หมด ก่อนนำไปทอดจิ้มกินกับน้ำพริกเป็นออร์เดิฟแบบไทย แต่ไม่ควรตัดดอกออกจากต้นเพื่อนำมาประกอบอาหารหรือรับประทานบริเวณกลีบเลี้ยง เพราะยางจะมีพิษมากกว่าประโยชน์

7.ดอกแค

นิยมนำมาทำเป็นแกงส้ม มีธาตุอาหารสำคัญมากมาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี โดยดอกแค 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงานต่อร่างกายเพียง 10 กิโลแคลอรี แต่มีเส้นใยอาหารสูง เหมาะกับผู้รักสุขภาพ เคล็ดลับคือ ควรเด็ดเกสรออกก่อนปรุงเพื่อลดความขม

f3

8.ดอกมะม่วงอ่อน

มะม่วงจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่ละพันธุ์มีความหอมที่ต่างกัน นอกจากจะรอผลมาจิ้มกับน้ำปลาหวาน หรือเก็บผลสุกมาทำข้าวเหนียวมะม่วงแล้ว ลองเก็บดอกมาต้มจิ้มน้ำพริกปลาร้า หรือทำหลนปลาเจ่า หลนปลาร้า หลนกะปิ หลนเต้าเจี้ยว ก็ได้เมนูอาหารคาวอีกหลายเมนู

9.ดอกดาวเรือง

แนะนำให้ใช้ดอกดาวเรืองที่ปลูกเอง ไม่ควรซื้อตามตลาดที่อาจมีสารเคมีและยาฆ่าแมลงปนเปื้อน วิธีปรุงก็ทำง่ายๆ ด้วยการเด็ดกลีบมายำกับเนื้อสัตว์ ดอกเล็กๆ ตอนตูม ก็นำมากินคู่กับลาบต่างๆ ได้ หรือจะฉีกโรยข้าวคลุกกะปิเพิ่มสีสันสดใส พร้อมให้ความหอมอ่อนๆ

10.ดอกกวางตุ้ง

นอกจากก้านและใบที่ใช้ทำอาหารกันอย่างคุ้นเคยแล้ว บางครั้งเราอาจลืมไปว่าดอกกวางตุ้งก็สามารถนำมาต้มจิ้มน้ำพริก หรือผัดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้รสชาติหวานกรอบ อุดมด้วยวิตามินซี แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและบำรุงสายตา เคล็ดลับคือ เวลาปรุงอาหารไม่ควรปิดฝา เพราะในผักกวางตุ้งมีสารบางอย่างที่จะเปลี่ยนเป็นสารไธโอไซยาเนตเมื่อถูกความร้อน มีอันตรายต่อร่างกาย ต้องเปิดฝาให้ไอน้ำนำพาสารนี้ระเหยออกไป และควรใช้เวลาปรุงเพียง 1-2 นาที เพื่อคงคุณค่าวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนไว้

เรื่อง : ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก
ภาพ : หฤษฎี ลีละยุวพันธ์



Tag : Flower,  Food
LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/08/f3002.jpg