LIFESTYLE | 18 Oct 2016
SIMPLY LIVING
ตามรอยพ่อทำสวนแบบพอเพียง

ชวนทุกคนเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการมาทดลองปลูกพืชผักสวนครัวด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพึ่งพาตนเอง สร้างวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบพออยู่พอกิน มีสุขภาพดีตามวิถีธรรมชาติ แถมยังมีเหลือไว้แบ่งปันผู่อื่นอีกด้วย

1

  • การปลูกพืชผักสวนครัวต้องคำนึงถึงธรรมชาติของพืชผักชนิดต่างๆ ว่าชอบอยู่ในสภาพแสดงแบบใด เพื่อหาตำแหน่งปลูกให้เหมาะสม โดยทั่วไปแล้วบริเวณที่เหมาะสำหรับปลูกพืชผักสวนครัว ควรมีแสงแดดส่องถึงประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • ดินที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกคือดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี รวมถึงการปรับปรุงดินให้มีธาตุอาหารเพียงพอสำหรับพืชแต่ละชนิด นอกจากคุณภาพของดินแล้วควรจัดเตรียมดินในกระถางหรือกระบะให้มีความสูงเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชนั้นๆ
  • การคัดเลือกพันธุ์พืชผักสวนครัวและสมุนไพร ควรเริ่มเลือกจากผักที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย และเป็นที่นิยมในการประกอบอาหาร

2

  • ควรแบ่งโซนของพืชผักสวนครัวตามการดูแล ได้แก่ ต้นอ่อนและต้นกล้าที่อายุน้อย ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปลูกในแปลง จำเป็นต้องได้รับการควบคุมปริมาณแสงแดด น้ำ และลม ไม่ให้มากเกินไป โดยเริ่มจากเพาะเมล็ดลงบนกระบะเพาะชำ  เมื่อต้นกล้าเริ่มออกใบจึงแยกใส่กระถางขนาดเล็ก เปิดรับแสงในเวลากลางวัน และใช้ถุงพลาสติกคลุมในเวลากลางคืน เพื่อป้องกันลมและความเย็น สำหรับพืชผักสวนครัวที่ต้องการแสงแดดน้อย ควรจัดอยู่ในมุมที่มีแสงส่องรำไร เช่น ใต้ชายคาบ้านหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ ขณะที่พืชผักสวนครัวที่ต้องการแดดมาก ควรจัดเป็นกลุ่มอยู่ในพื้นที่โล่ง แสงแดดส่องถึงโดยตรง
  • จัดวางตามความสูงของต้น ไล่ตามระดับสายตาจากต้นเตี้ยไปสูง เริ่มตั้งแต่พืชคลุมดินที่ต้องการแสงแดดน้อย ก็ควรจัดให้อยู่ในกระบะด้านล่าง มีไม้พุ่มให้ร่มเงาอยู่ด้านบน ส่วนไม่เลื้อยควรจัดให้อยู่บนระแนง ซุ้ม หรือริมกำแพง เป็นต้น
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรดน้ำคือ ช่วงเวลวาที่มีแสงแดดอ่อนทั้งตอนเช้า ระหว่าง 6.00-8.00 น. และตอนเย็นระหว่าง 17.00-18.00 น. ไม่ควรรดน้ำในช่วงเวลาที่มีแดดแรง หรือรดน้ำจนเกิดน้ำขังในกระถาง
  • ควรจัดวางแปลงผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวใกล้เคียงกันไว้ใกล้กัน เพื่อความสะดวกในการหมุนเวียนเปลี่ยนพืชชนิดใหม่ทดแทน

3

  • หรือถ้าใครมีพื้นที่กว้างและอยากเพิ่มการเพาะปลูกให้หลากหลายและจริงจังมากขึ้น อาจลองแบ่งพื้นที่ที่มีอยู่โดยยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามพระราชดำริ ซึ่งใช้สูตร 30:30:30:10 หมายถึงแบ่งพื้นที่ส่วนแรก 30% ขุดสระเก็บกักน้ำในฤดูฝนเพื่อเก็บไว้ใช้เพาะปลูก รวมถึงเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่สองอีก 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารให้เพียงพอตลอดปี ส่วนที่สามอีก 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน และนำไปจำหน่ายได้ ส่วนที่สี่อีก 10% ให้เลี้ยงสัตว์ และเป็นโรงเรือนอื่นๆ ก็ได้เช่นกัน

ภาพ : พรเทพ จิตต์ผ่อง



LOAD MORE
LOAD MORE
http://www.elledecorationthailand.com/wp-content/uploads/2016/10/3001-1.jpg